ย้อนไป พฤศจิกายน ปลายปี ๒๕๕๕ ช่วงที่ มะม่วงตามฤดูกาลภาคกลาง
อย่างฉะเชิงเทรา สระแก้ว สุพรรณบุรี
กาญจนบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ราชบุรี ควรจะออกดอกบานสะพรั่ง และเก็บเกี่ยวได้นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
จนเดือนมีนาคม จากนั้น ต้นเมษายน มะม่วงภาคกลางมะม่วงควรเริ่มบางตา ผลผลิตเคลื่อนขึ้นภาคเหนือตอนล่างอย่าง
ชัยนาน พิจิต สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เราะเรื่อยไปภาคตะวันออกเชียงเหนือ
อย่างสกลนคร บุรีรัมย์ ผ่านพ้นไป ภาคเหนือตอนบน อย่างพะเยาว์ ลำพูน เชียงใหม่ โดยเฉพาะย่านอำเภอพร้าว
ที่ถือว่าเป็นแหล่งมะม่วงใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ขึ้นจนถึงเชียงราย เวียงแห เวียงป่าเป้า
เป็นแหล่งสุดท้ายตอนเดือนมิถุนายนของทุกปี ก่อนจะมุ่งลงภาคใต้ตอนบน ประจวบคีรีขัน และบางแห่งย่านภาคกลางที่นิยมผลิตมะม่วงนอกฤดู
เริ่มช่วง เดือนกรกฎาคม จนถึง ปลายปี สมุทรสาคร แถวบ้านแพร้ว ไร่เรียงไป อ่างทอง
แถวสามโก้ ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี ราชบุรี แถวดอนคา ดอนพรม เพชรบุรี กาญจนบุรี
รวมถึงแถวประจวบ เป็นอันว่าครบปี แต่ปีนี้ไม่เป็นอย่างที่เคยเป็น !
การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ฝนตกหนักติดต่อกันนานทั่วประเทศ ทำให้ดอกมะม่วงเสียหาย กลางวันอากาศร้อน
เช้ามีหมอก บ่ายฝนตก กระทบต่อการติดผลของดอกของมะม่วงอย่างรุนแรง เกิดความเสียหาย
จนบางสวนต้องปล่อยทิ้ง หลายคนพยายามที่จะสู้บ้างก็ได้ผล บ้างก็ไร้ผล เพราะฝนตกทุกวัน นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม
เรื่อยจนเข้ากุมภาพันธ์ทั้งเดือนที่เคยเป็นช่วงฤดูกาลมะม่าวของภาคกลางออกสู่ตลาดขายกันสนุกสนาน บางจังหวัดที่ทำนอกฤดูก็พลอยกระทบไปด้วย
จึงเกิดภาวการณ์ขาดแคลนมะม่วงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์อย่างรุนแรง เข้า
จนต้นเดือนมีนาคม ราคาโด่งแต่ก็ยังขายได้เพราะไม่มีผลผลิตจะขาย
การขาดแคลนมะม่วงอย่างรุ่นแรงที่เกิดขึ้น
ทั้ง คุณภาพที่ได้ก็ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ราคาสูง ทั้งที่คุณภาพด้อยลง ราคากลับขยับตามขึ้นกลไกตลาด ดังนั้นตลาดอย่างสิงคโปร์ และจีน ฮ่องกง และรัสเซีย จึงได้รับผลกระทบ เกิดภาวการณ์ส่งออกขาดช่วง
ภายในประเทศเอง ก็หามะม่วงส่งห้างยาก
ในตลาด อ.ต.ก. ราคาสูง และคุณภาพไม่ดีเหมือนปีก่อน ๆ โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ ทะวายเบอร์สี่ เป็นมะม่วงพันธ์เบา
ที่สามารถผลิตได้ง่ายกว่า น้ำดอกไม้สีทอง แต่ก็อ่อนแอ เชื้อราเกิดง่ายในปีนี้ หลายคนเสียหายเพราะไปถึงลูกค้าปลายทางเน่าเสียจำนวนมาก
และอีกเหตุผลหนึ่งในปีนี้ ธรรมชาติ เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย
ในช่วงปลายเดือนธันวาคม เรื่อมาจนถึงเดือนมีนาคม เป็นช่วงฤดูหนาวของยุโรป รัสเซีย จีน
ญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มะม่วงของไทย เมื่อของคุณภาพไม่ดี
พบอากาศหนาวชนิดหิมะตกหนาเป็นฟุต ทำให้มะม่วงควรจะสุกไว และขายได้ไว
กลับยืดเวลาในการสุกออกไป เชื้อราเกิดง่าย ทำให้สินค้าเสียหาย ไม่เว้นแม้แต่มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง พลอยถูกผลกระทบกันทั่วหน้า
กลางธันวาคม จนร่วงเลยถึงมกราคม 2556 อากาศหนาวเย็นเป็นช่วง ๆ ทั้งประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหนาวก่อน มาภาคเหนือตอนบน
ภาค เหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน
จึงส่งผลให้มะม่วงที่เสียหายจากเดือนพฤศจิกายน เริ่มออกดอกพร้อมกัน
เพราะย่อมความกดอากาศสูงแผ่มาเป็นระลอก ๆ แต่ละครั้งมีเวลา หลายวัน จึงเห็นดอกมะม่วงออกพร้อมกันในช่วงเดือนธันวาคม
จนมกราคม เรื่อยมาจนกุมภาพันธ์ ยังมีดอกมะม่วงให้เห็นโดยทั่วไป เท่ากับว่า
ผลผลิตของผลไม้ทุกชนิดจะออกล่าไปกว่าอีกประมาณ ๑ เดือนเต็ม ๆ แต่ปัญหาสำคัญคือทุกภูมิภาคออกดอกพร้อมกันที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา
ดังนั้นคาดการณ์ล่วงหน้าได้เลย ว่าช่วงเดือนเมษายน ๒๕๕๖
เกิดภาวะกระจุกตัวของมะม่วงทั่วประเทศ ที่สุดราคาตกลง
โดยเฉพาะมะม่วงที่ไม่ใช่มะม่วงเศรษฐกิจ อย่างมะม่วงมะหาชนก คงได้เห็นราคา ๓-๕ บาท
ในช่วงดังกล่าวแน่นอน
ราคาที่จะตกลง(คุณภาพต่ำที่เกิดจากภัยธรรมชาติ
อากาศร้อนจัด เพลียไฟ ทำให้ผิวมะม่วงเสียหาย)ในช่วงกลางเดือนเมษายน
ส่งสัญญาณให้เห็น เพราะการกระจุกตัวของผลผลิตที่ไม่ได้คุณภาพเริ่มเกิดขึ้น
นับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม ไม่ว่าจะย่านเพชรบูรณ พิษณุโลก ราชบุรี สิงบุรี พิจิต
ชัยนาน ประจวบ ไม่เว้นแม้กระทั่งที่เชียงใหม่ก็เริ่มมีมะม่วงกับเขาด้วย(คุณภาพไม่เป็นอย่างที่คิด) เมื่อผลผลิตมีมาก การระบายในช่วงสั้น ๆ ทำได้ยาก ตลาดเองก็มีข้อจำกัด เรื่องของอุณหภูมิปลายทางที่ปีนี้บางประเทศต่ำมากกว่า
ลบยี่สิบองศาเซลเซียส กรอปกับมะม่วงจากต่างประเทศอย่างออสเตรเลีย
ที่มีมะม่วงและเลื่อนจากเดือนกุมภาพันธ์ มาเดือน มีนาคม เมษายน
และเป็นมะม่วงยอดนิยม อย่าง Kensington Mango ทำให้มะม่วงไทย(คุณภาพต่ำ)ตกอยู่ในภาวะลำบาก
หากแก้ไขสถานการณ์ได้ในช่วงดังกล่าว หลังจาก เดือน เมษายน ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน
เป็นช่วงนอกฤดู มะม่วงจาก ประจวบ ราชบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง กาญจนบุรี จะกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ถึงอย่างไร
ธรรมชาติยังคงเป็นตัวแปลที่สำคัญ และเรื่องของการดูแลแปลงในพื้นที่เขตภาคกลางที่นิยมยกล่องมีน้ำหล่อเลี้ยง
เป็นเหตุผลที่สามารถแก้ไขได้สำหรับเกษตรกรที่มีประสบการณ์สูง สามารถแก้ปัญหาในเรื่องโรคราที่เป็นไข้ประจำตัวของมะม่วงน้ำดอกไม้
โดยเฉพาะทะวายเบอร์สี่ ได้
สัญญาณที่สำคัญนี้ เมื่อผลผลิตมีมาก ระยะเวลาช่วงกระจุกตัว ประมาณ
๑๕ วัน การกระจายสินค้าทำได้ยาก เพราะข้อจำกัดในการเก็บเกี่ยว แรงงาน การขนส่ง อากาศร้อนจัด
เป็นอุปสรรค์สำคัญทำให้ผลผลิตที่คุณภาพด้อยกว่าภาวะปกติ
กลายเป็นปัจจัยหลักขึ้นมาทันที หลายสวน
ที่มีพื้นทีในการผลิตมากกว่า ๕๐ ไร่ขึ้นไปประสบปัญหา แรงงาน การดูแลไม่ทั่วถึง
โรคต่าง ๆ ก็ตามมา พอกผลเล็ก ๆ มีเวลาไม่พอในการดูแล ช่วงแล้ง ขาดน้ำ พอโตห่อไม่ทัน(หาลูกจ้างไม่ได้)
ห่อผลโต ผลที่ตามมา เรื่องของคุณภาพ
เรื่องสารพิษตกค้าง เรื่องของแมลงศัตรูพืช จิปาถะของปัญหาระดมเข้ามา
ดังนั้นภาพรวมคุณภาพผลผลิตปีนี้ย่อมเป็นไปตามปัจจัยของเหตุที่เกิดขึ้น
และที่สำคัญส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคปลายทาง สร้างความไม่พึงพอใจให้กับลูกค้า
และบอกต่อ ที่สุดจุดเริ่มต้นของปัญหา และคู่แข่งที่จะเข้ามาแทรกตัวทดแทนมะม่วงไทย
หากเราไม่ซื่อสัตย์ ไม่รับผิดชอบ ไม่เข้มงวดกับสวน ไม่ตรวจสอบภายในโรงงานคัดบรรจุ
อย่างละเอียดพิถีพิถัน หากจะเอาราคาเป็นตัวตั้ง
นั่นก็หมาความว่าคุณภาพจะต้องควบคู่กันไป และการรักษาคุณภาพให้คงที่เป็นจุดแข็งขององค์กร
ของแบรนด์ในการสร้างตลาดให้เกิดความยั่งยืน หากทำเพื่อขอไปที เพราะจำนวนของมีมาก
ราคาถูก ก็จะเข้าทางของคู่แข่งที่ คิด ทำ แบบประณีต มืออาชีพ คุณภาพคงที ไม่ช้าไม่นานคู่แข่งก็แซงเรา
ไม่ใช่คู่แข่งเฉพาะต่างประเทศ ในประเทศก็เช่นกัน แล้วจะมาตีอกชกตัวว่า คู่แข่งแย่งลูกค้าเราไป
เพราะถ้าคุณภาพดี มีต่อเนื่อง ราคาเป็นธรรม บริการหลังการขายดี ติดตาม
แก้ไขปัญหาอย่างเกาะติด เชื่อเถิดครับไม่มีใครแย่งลูกค้าเราไปได้...
วันนี้
ภาวะเศรษฐกิจซีกโลกยุโรป อเมริกามีปัญหา ซีกโลกเอเชีย อย่างจีน เกาหลี อินโดนีเซีย
เวียดนาม เขมร ลาว พม่า กำลังดีวันดีคืน ตั้งสติให้ดี คิดให้ถ้วนถี่
พัฒนาตนเองให้เท่าทันแต่ละตลาด เลือกตลาดที่เหมาะกับตัวเรา อย่าโลภกวาดทุกตลาด
เพราะไม่มีใครเก่งทำได้ครอบจักวาล ไม่ต้องทำใหญ่ แต่ทำแบบพอตัว กับความพร้อม(ความรู้
ความเข้าใจ ทักษะ และประสบการณ์)ที่ตัวเองและทีมงานมีอยู่ รับรองครับอยู่ได้สบายใจและเติมโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แต่มั่นคง ผลผลิตสดอย่างผักผลไม้ยังเติบโตต่อไปได้อย่างน่าสนใจ เพราะทุกคนต้องบริโภค และกระแสการบริโภค
กำลังเข้าสู่แบบดังเดิม คือบริโภคของสดที่มาจากธรรมชาติ ปลอดภัยจากสารเคมีครับ!
เริ่มที่ตัวเรา
พัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับการพัฒนาของตลาด เช่น ตลาดจีนขณะนี้
มีคนมากกว่าพันสามร้อยล้านคน หากคิดว่าเราเสียเปรียบ ลองมองอีกมุม หนึ่ง ด้านของโอกาส
จีน บริโภค ผลไม้ไทยแค่ สิบเปอร์เซ็นต์เราก็ไม่มีของส่งขายแล้ว จีน รวยขึ้น
กินดีอยู่ดีขึ้น ชอบผลไม้ไทย เพราะเวลาเขาหนาว เข้าต้องบริโภคผลไม้เมืองร้อน
หลายคนมองว่าคนจีนจะเข้ามาค้าขายแทนเรา นี่เป็นเหตุสำคัญที่ต้องกลับมาดูตัวเรา
จีนเมื่อสิบหกสิบเจ็ดปีที่ผ่านมายังไม่เก่งเลย มาวันนี้ไล่หลังมาเพียงสิบกว่าปี
กลับกลายเป็นคนจีน เก่งระดับสากล ระดับโลก แล้วคนไทยทำไมถึงสู้ไม่ได้
ผมไม่เชื่อว่าคนไทยไม่เก่ง แต่คนไทย ขาดความขยันมุ่งมั่น อดทน ลองกลับมาทบทวนตัวเราเอง
ว่า หากข้างอีกสองสามปีข้างหน้า เราจะทำอย่างไร เพราะที่จริงเราพัฒนามานานกว่าจีน
แต่ในช่วงเวลาข้างหน้าเราต้องพัฒนาอย่างไรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น น่าคิด???
หันกลับมาดูตลาดมะม่วงที่สำคัญในตอนนี้ ที่ควรเฝ้าจับตา
ดูตลาดรัสเซียที่เป็นตลาดที่หลายคนมองว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจ
หากมองลึกลงไปในตลาดนี้ยังคงมีปัญหาอุประสรรค์ที่เป็นหลุมพรางรอมือใหม่หัดขับเช่นกัน
ดังนั้นความพร้อม และบุคลากร เป็นหัวใจสำคัญ
ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่าน
นับตั้งแต่ครั้งแรกที่นำมะม่วงน้ำดอกไม้เปิดตลาดในกรุงมอสโก ในจำนวนไม่มากนัก
จนถึงปัจจุบัน ทำให้ทราบได้ว่า คน รัสเซียนิยมบริโภคมะม่วงไทย กล่าวได้ว่า
มะม่วงน้ำดอกไม้ไทย ติดตลาดและเป็นที่นิยมรับประทาน(ผลสุก)อย่างแพร่หลาย
ทั้งความสวยงาม รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ความปลอดภัย มีอายุวางตลาดได้นาน
นับเป็นจุดเด่นของมะม่วงน้ำดอกไม้ของไทย โดยเฉพาะพันธุ์สีทอง
แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็น เป็นอุปสรรค์สำคัญของผลไม้ในเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย แต่
มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ยังคงเป็นผลไม้ที่สามารถวางขายได้ในตลาด
แม้ว่าสภาพอากาศจะหนาวเย็น และที่สำคัญมีขายตลอดทั้งปี
จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของคนรัสเซียอย่างรวดเร็ว ปัญหาที่สำคัญ เรื่องของกฎระเบียบ
ภาษา ระบบการขนส่งที่ยังเป็นอุปสรรค์ที่สำคัญในตลาดย่
ตลาดจีน และฮ่องกง เป็นตลาดใหญ่ที่ ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ
คุณภาพสินค้าที่เหมาะสมกับราคา การขนส่ง ระบบการแพ็คที่เหมาะสมในแต่ละตลาด
แต่ละมณฑลยังมีความแตกต่างกัน ภาษีท้องถิ่นที่ต้องอาศัยประสบการณ์
และความเชี่ยวชาญ ยังเป็นปัญหาของผู้ส่งออก เงินทุน บุคลากรที่มีความรู้
เชี่ยวชาญเป็นหัวใจสำคัญ เพราะตลาดนี้ต้องอาศัย ความรวดเร็ว คุณภาพและปริมาณ
เป็นอุปสรรค์กับธุรกิจขนาดเล็กบ้านเรา
จะพบว่ามีชาวจีนจำนวนมากนำเงินเข้ามาเพื่อเป็นผู้ส่งออกเอง
ส่งด้วยจำนวนสินค้าจำนวนมาก ได้เปรียบเรื่องเงินทุน ต้นทุนในการส่งออก
ทำให้ราคาขายปลายทางถูกกว่าผู้ส่งออกบ้านเรา
ตลาดญี่ปุ่น และเกาหลี
ยังคงเป็นตลาดคุณภาพสูง หากราคาปีนี้ต่ำลง
ก็ยังสามารถส่งไปสร้างซื่อเสียงในตลาดทั้งสองนี้ได้ไม่ยากนัก ถึงอย่างไร
เรื่องของความปลอดภัยยังคงเป็นปัญหาของผู้ส่งออก โดยเฉพาะปีนี้
ภัยธรรมชาติทำให้ต้องใช้สารเคมีในปริมาณถี่ และสูง จึงควรระวังเป็นอย่างยิ่ง
ตลาดสิงคโปร์ และมาเลย์เชีย ตลาดอินโดนีเซียเป็นตลาดเก่าที่สามารถระบายสินค้าได้เป็นอย่างดี
หากราคาและคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่เคยทำ แม้ว่าราคาจะถูกอยู่บ้าง
ในปีนี้ต้องทำใจ
ตลาดเพื่อนบ้าน
อย่างเวียดนาม ลาว กัมพูชา พม่า เป็นตลาดที่น่าสนใน หากราคาถูก คุณภาพดี
เชื่อว่ายังระบายขายได้เช่นกัน เป็นตลาดที่สำคัญ และไม่มีสถิติให้เห็นมากนัก แต่มีปริมาณสูง
ถึงสถานะการณทางธรรมชาตอจะเกิดขึ้นอย่างไร
เศรษฐกิจโลกจะผันผวนอย่างไร
หลักการที่สามารถยึดและดำเนินการให้ธุรกิจเกิดความยั่งยืน รอดปลอดภัยได้คงหนีไม่พ้นในเรื่อง ของทรัพยากรที่มีต้องดี
เน้นเรื่องความสำคัญของ คุณภาพสินค้า คุณภาพคนทำสินค้า ทุนหมุนเวียน
และการบริหารจัดการองค์รวมที่ดี
คุณภาพมะม่วง(สินค้า) เมื่อกล่าวถึงคุณภาพมะม่วง หลายคนมองผิวเผินว่าเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ผู้บริโภคมองว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งผู้บริโภคมอง รสชาติ สีสัน(รูปลักษณ์)
ความปลอดภัย ระดับความสุกที่พอดี
ราคาเหมาะสม(เป็นธรรม) เป็นองค์ประกอบที่ไล่เรียงกันตามความสำคัญ
ดังนั้นการที่จะขายมะม่วงให้ได้ ต้องเข้าใจประเด็นนี้ให้ท่องแท้ชัดเจนเสียก่อน
คำว่ารสชาติดีนั้น ต้องดีแบบคงเส้นคงวา การที่จะได้รสชาติดี
แหล่งที่ปลูกมะม่วงสำคัญ สายพันธ์ การดูแลจากสวน ธาตุอาหารในดิน การเก็บเกี่ยว
การขนส่งล้วนแล้วแต่สำคัญ ระยะการเก็บเกี่ยวให้แก่พอดียิ่งสำคัญมากที่สุด
เพราะจะเป็นตัวกำหนดเรื่องของรสชาติ ปัญหาของเกษตรกรไทยคือ
ความรู้ความเข้าใจเรื่องมะม่วงในแต่ละตลาดยังมีน้อย
ดังนั้นผู้ส่งออกต้องให้ความรู้ แนะนำให้เกษตรกรผลิต ดูแล
และเก็บเกี่ยวให้เป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด
ผู้ส่งออกบางคนกลับมองว่าตลาดจีนเป็นตลาดง่าย ๆ จะทำอะไรส่งไปก็ได้
และที่สำคัญยังสำคัญผิดว่า เรามีมะม่วงอะไรก็น่าจะขายได้ ลูกค้าต้องการของสวยกลับมองว่าเรื่องมาก
ที่สุดเกิดปัญหา เพราะไม่มีใครซื้อ แถมยังไปคุยกับเกษตรกรอีกว่าลูกค้าเรื่องมาก
ต่างคนต่างมองว่าผู้บริโภคเรื่องมาก ท้ายที่สุดจะขายใครกันแน่
ขายกันเอง(ขายไม่ได้)หรือขายผู้บริโภค ย้อนกลับมาถามตัวเองว่าถ้าเป็นเรา
จะซื้อของดีมีคุณภาพ รสชาติดี สวยงาม หรือว่าซื้อคุณภาพต่ำ ราคาเท่ากัน
เป็นคำถามที่น่าค้นหาคำตอบ
คุณภาพของคน เป็นปัญหาขององค์กร
โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เพราะสินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่มีชีวิต
ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ประสบการณ์ ขยัน อดทน ประณีต มีความเข้าใจในตัวสินค้าเกษตรนั้นๆ
มะม่วงก็เช่นกัน มีหลายคนคิดว่ามะม่วงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาแต่พุทธกาล
คิดจะทำอย่างไรก็ได้ มะม่วงมีชีวิต มีอายุขัยของเขาเอง เกษตรกร ผู้รวบรวม บุคคลากรขนส่ง คนในโรงงานผลิต ลูกค้า
และรวมถึงผู้บริโภคต้องเข้าใจ ที่สุดผู้บริหารต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องมะม่วงอย่างลึกซึ้งด้วยเช่นกัน
อย่าคิดว่ามะม่วงร้องไม่ได้ พูดไม่ได้ หากมองกันให้ละเอียด
มะม่วงเหมือนเด็กอ่อนที่ต้องเอาใจใส่ดูแล ถึงเวลาใครนำไปบริโภคจะได้รับคุณค่า
ประโยชน์จากมะม่วงสูงสุด
เงินทุน ธุรกิจการเกษตรนั้น เงินทุนหมุนเวียนเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะเป็นธุรกิจที่มีรอบหมุนเวียนเร็ว หากมีเงินทุนหมุนเวียนจำกัด
จะเป็นปัญหาในการจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบ และขาดความต่อเนื่อง
เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจดำเนินงานอย่างติด ๆ ขัด ๆ
ที่สุดก็ไม่สามารถดำเนินธุรกิจบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ต้องเลิกราไป
การบริหารจัดการแบบองค์รวม การบริหารจัดการมะม่วงให้สมดุล และราบรื่นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทักษะ
ความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์สูงในการบูรณาการให้สอดรับกัน ถือเป็นเรื่องยาก
และต้องใช้ความละเอียด มีการวางแผน ตรวจสอบอย่างละเอียด มีการอบรม
ประชุมบ่อยครั้งเพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน ผู้บริหาร ต้องลงพื้นที่
ต้องดูแลงาน และมีบุคคลกรที่มีความรู้ความสามารถ มีความอดทน มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ
เสียสละทุ่มเท เรียนรู้ พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง
ถือเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน
ความรู้ด้านการตลาด ประสบการณ์ด้านตลาด หลายคนส่งออกไปจีนได้ครั้งสองครั้ง
คุยเหมือนกับส่งมานานหลายปี พอเจอปัญหา ลูกค้าไม่จ่ายเงินก็โกรธ หาว่าลูกค้าโกง
ไม่ย้อนคิดกลับมาที่ตัวเอง ว่าที่เราส่งไปเป็นขยะทั้งนั้น(ขึ้นจุด ไม่สุก ช้ำ)
ขายไม่ได้ไม่พูดให้ใครฟัง เพราะตั้งสมมติฐานในใจว่าลูกค้าจะโกงฝ่ายเดียว
แต่ที่เป็นอย่างนั้นก็มีมากอยู่ บางคนส่งขายแบบขายฝาก(Consignment)ลูกค้าบางรายขายช้า(ตลาดมีของเข้ามาก
หรือที่เรียกว่าตลาด “ตาย”) ของเสียหาย
หาเรื่องลดราคา หรือจ่ายไม่ครบจำนวน อันนี้ก็มีอยู่มาก ค้าขายกันระยะยาวต้องศึกษานิสัยให้ชัดเจน
อย่าตื่นต่อคำสั่งซื้อ(Order)ที่มาโชว์ ถ้าส่งเท่านั้นเท่านี้ตัน ได้กำไรเท่านั้นเท่านี้
แล้วเกิดอาการตาลุก/โลภ ที่สุดเสียหายมีให้เห็นอยู่
เรื่องของประสบการณ์โดยเฉพาะผลไม้ เรียนรู้ไม่สิ้นสุด ไม่ใช่แค่เรียนรู้ชีวิตผลไม้
แต่ต้องเรียนรู้สภาพรอบด้าน ตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า ธรรมชาติ
กระแสความนิยม รูปแบบ คู่ค้า ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
รวมถึงการแข่งขันเรื่องราคา
ข้อมูลข่าวสารด้านการตลาด
ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขายผลไม้ เพราะเนื่องจากระยะเวลาในแต่ละรอบสั้น ความต้องการเปลี่ยนแปลงเร็ว
บางครั้งภายในรอบสัปดาห์มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ต้องมีข้อมูลของตลาดให้ชัดเจน
ถูกต้อง ทันสถานการณ์ ตลาด คู่แข่ง ทั้งภายในและภายนอก ชนิด วันต่อวัน (ราคา
และความเคลื่อนไหว จำนวนที่เข้ามาในตลาด) หากรู้ข้อมูลเหล่านี้มากเท่าไร? (สามารถปรับตัวเองให้ทันคู่ค้า
ลูกค้า/ผู้บริโภค) สามารถลดความเสี่ยงได้มากเท่านั้น
การรับรู้เรื่องของการแข่งขัน
รูปแบบของการแข่งขันในโลกของเทคโนโลยีสื่อสารที่ย่อโลกให้เหลือเพียงปลายนิ้วสัมผัส
เกิดการแข่งขันได้ตลอดเวลา และรุนแรง
การแข่งขัน
เกิดขึ้นทุกรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งภายในภายนอก ต้องทำความเข้าใจ ติดตาม
และรับรู้อยู่ตลอดเวลา อย่าวางใจ เช่น การแข่งขันภายในที่เกิดขึ้น ทั้งด้านคุณภาพ
จำนวน และราคาเกิดขึ้นตลอดเวลา ตรวจสอบคุณภาพของสินค้า พื้นที่ ปริมาณ เวลา
สถานที่มีผลผลิต ราคาที่แหล่งไหนถูกกว่า ถือเป็นทักษะที่เกิดจากกการสะสมประสบการณ์ทั้งสิ้น
การแข่งขันภายนอก ต้องรู้ว่า
ขณะนี้มะม่วงในตลาดที่ส่งไปขายมีมะม่วงในท้องถิ่นหรือไม่ นำเข้าจากที่ไหนบ้าง
ช่วงนี้เรามี แล้วใครมีบ้าง ห่างไกลแค่ไหน ต้นทุนต่างกันอย่างไร
คุณภาพสู้กันได้หรือไม่
การส่งเสริมการขาย เมื่อมีการแข่งขัน
ทั้งภายในภายนอก การส่งเสริมการขายในรูปแบบต่าง ๆ
ต้องให้ความสำคัญทั้งการส่งเสริมการขายภายใน ทั้งตลาด และแหล่งผลิต
ต้องส่งเสริมทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง เช่น การเพิ่มจำนวนการซื้อ การต่อรองราคา
การลดราคา การคัดแยกขนาดเพื่อให้เหมาะสมกับตลาด ลดขนาดการบรรจุที่ง่าย สะดวก
ประหยัด การพัฒนารูปแบบต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการขาย เป็น ล็อท ๆ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
การเลียนแบบ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
หากหยุดพัฒนาตนเองผู้อื่นจะเลียนแบบและพัฒนาต่อยอดที่สุดแซงเรา (หลายช่วงตัว)
จนไม่สามารถไล่ทัน หากเรามัวแต่ย้อนคิดถึงอดีตที่ตนเองประสบความสำเร็จ
ยึดมั่นถือมัน ไม่ฟังใคร อันนี้อันตรายสำหรับการแข่งขันในปัจจุบัน คิด ค้น
พัฒนาอย่างต่อเนื่องคือทางลอดในโลกของการแข่งขัน
การแข่งขันเรื่องราคา เป็นวิธีดั่งเดิมที่สามารถนำมาใช้ได้ทุกเวลา
ต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง หากย้อนกลับไปคิดในรายละเอียด ยังสามารถแข่งขันด้านราคาได้โดยไม่ต้องขึ้นราคา
หลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ต้องทำ!
ตั้งแต่ต้นน้ำ(ผู้ผลิต)จนถึงปลายน้ำ(ผู้บริโภค) มีความเสียหายในแต่ละส่วน
รวมกันแล้ว ประมาณ 35 % ดังนั้นหากสามารถควบคุมความเสียหายให้ลดลงได้
นั่นก็หมายความว่าเราสามารถเพิ่มกำไรโดยไม่ต้องลดราคาขาย ทุกขั้นตอน
เกิดความเสียหายได้ตลอดเวลา หันกลับมาควบคุมทั้งระบบ
แล้วจะพบว่าต้นทุนยังสามารถลดได้ 10-15%
กฎระเบียบต่าง ๆ กฎหมายและกฎระเบียบทั้งภายใน และประเทศปลายทาง เป็นกฎระเบียบที่ต้องศึกษาและให้ความสำคัญ การค้าระหว่างประเทศ
ต้องยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ตรงไปตรงมา คู่ค้าเองไม่ต้องการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎระเบียบที่อาจจะมีบทลงโทษรุนแรงซึ่งไม่เป็นผลดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเช่น เรื่องของภาษีที่มีความแตกต่างกัน ภาษีนำเข้าอาจจะเท่ากัน
แต่ภาษีท้องถิ่นในแต่ละมณฑลมีความแตกต่างกัน อันนี้ต้องศึกษาให้เข้าใจ
เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นภายหลัง
สุขอนามัย
เป็นกฎกติกาที่เป็นกระแสมาแรงในปัจจุบัน และกำลังขยายตัวไปทั่ว ทั้งภายในประเทศ
และประเทศคู่ค้า ตัวอย่าง เช่น สารพิษ เชื้อจุลินทรีย์ และแมลงศัตรูพืชที่พบที่ปลายทาง
เช่น มดพบที่ประเทศจีนในมังคุด เป็นต้น
อันนี้ก็สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับประเทศไทยได้เช่นกัน
เส้นทางธุรกิจการเกษตร น้ำตั้งแต่ การผลิต การรวบรวม การส่งออก
รวมถึงระบบโรจีสติกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตใกล้ ๆ นี้ ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ต้องเตรียมตัว เพื่อก้าวให้ทันกระแสของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
และกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องเตรียมตัวให้พร้อม อย่าหวังพึ่งใคร ต้องพึงตนเอง
รวมกลุ่มกันให้เหนียวแน่ แชร์ ความรู้ ประสบการณ์ สร้างความเข้าใจ สะสมเป็นทักษะ
ค้นหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ มุ่งมั่น และตั้งมั่นในคุณธรรมจริยธรรม
แม้ว่าโลกจะหมุนเร็ว การแข่งขันจะรุนแรง แกนความสามารถหลัก ขององค์กร คน ความพร้อม
และคุณธรรมประจำใจ ประจำองค์กร ยังคงเป็นแกนสำคัญให้ยืดมั่นถือมั่น
เพื่อความเติบโตแบบยั่งยืน ใครที่ไหนก็เข้ามาทำร้ายเรา องค์กร ชุมชน
ประเทศชาติไม่ได้ นี่คือข้อเท็จจริงที่ต้องหันมาให้ความสนใจกันอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง
เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ แล้ววันนั้น จะเป็นวันที่รอคอย เป็นวันแห่งความสำเร็จในชีวิตตามที่วางเป้าหมายไว้
ไม่ไกลเกินเอื้อมครับ...
..........................................................................................................................
บทความนี้ ลงในหนังสือ : เดอะแพลนท์ แมกาซีน ปีที่ ๓ เล่มที่ ๒๖ และ ๒๗ : ๒๕๕๖
เกษตรวาไรตี้
ปีที่ ๒ ฉบับที่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น